ดีแทค “40-hour Challenge” ความท้าทายสู่องค์กรดิจิทัลระดับท็อป

ดีแทค “40-hour Challenge” ความท้าทายสู่องค์กรดิจิทัลระดับท็อป

เมื่อวันอังคารที่ 16 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ดีแทคได้มีการจัดแถลงข่าวถึง ความคืบหน้าของโครงการ Dtac Digital Transformation นำทีมโดย นางสาวนาฎฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่จะสร้างความท้าทายให้กับพนักงานในองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลระดับท็อป โดยความท้าทายนี้ถูกจัดขึ้นในรูปแบบโปรแกรม “40-hour Challenge” ที่ได้รับการพัฒนาและความร่วมมือระหว่าง Lynda.com และเทเลนอร์ ซึ่ง 40-hour Challenge เป็นโปรแกรมที่จะพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลโดยเฉพาะของคนในองค์กร ผ่านระบบออนไลน์กว่า 40 ชั่วโมง ซึ่งมีเป้าหมายให้เสร็จสิ้นภายในปี 2561

มาพูดถึงการ Training คุณนาฎฤดี อาจหาญวงศ์ กล่าวว่า “การทำ Digital Training เป็นการแสดงให้เห็นถึงการ Up Skill และ Reskill คนภายในองค์กรอย่างไร การเทรนนิ่งไม่ได้มองแค่ผู้บริหาร และพนักงานในออฟฟิตเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงพนักงานทั่วประเทศจะต้องได้รับการพัฒนาที่เท่าเทียมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้องค์กรต้องมีการเตรียมความพร้อมของพนักงาน เข้าสู่การเทรนนิ่ง ดังนั้น Skill ที่จะเน้นสู่การเป็น Digital Company ที่ทุกคนจะต้องได้รับเทรนที่สำคัญที่สุด 5 ด้าน

คือ Digital Marketing, Digital Channels, Applied Analytics, Design และProduct Development”

รูปแบบของการฝึกอบรมที่จะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเช่น การกำหนดตารางฝึกอบรม, การเจอหน้ากัน จะถูกตัดออกไป เข้าสู่การเรียนรู้แบบการเป็นห้องเรียนแบบออนไลน์ พนักงานสามารถเลือกฝึกอบรมด้วยตัวเอง และสามารถวัดผลได้ ขึ้นอยู่กับพนักงานว่า ต้องการเติบโตไปในรูปแบบไหน สกิลอะไรที่พวกเขาต้องการเติมเต็มเพื่อไปสู่หนทางอาชีพที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งจะมีผลตอบแทนในรูปแบบรางวัลต่อไป

พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา การอบรมของดีแทคครั้งนี้ยังใช้เกมเข้ามาประยุกต์ใช้ (gamification) ซึ่งเมื่อเรียนคลาสไหนสำเร็จแล้วสามารถปลดล็อกรับ badge คอร์สขั้นสูง และดีแทค คอยน์ (Coin) ได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนพนักงานให้จัดการการเรียนรู้ในหัวข้อที่พวกเขารัก และสามารถช่วยพวกเขาวางแผนความก้าวหน้าของการเรียนตามความต้องการส่วนบุคคล และยังรวมถึงความต้องการของทีมอีกด้วย

“เราไม่สามารถบอกพนักงานว่าพวกเขาต้องเป็นบุคคลดิจิทัล แต่ไม่เคยติดต่อสื่อสารกับพวกเขาแบบออนไลน์” ดังนั้น “การอบรมของเราให้โอกาสแบบ Bottom-up Approach ซึ่งหมายถึง พนักงานและผู้จัดการของพวกเขาสามารถดูแลจัดการสิ่งต่างๆเกี่ยวกับความรู้ที่ตรงกับความต้องการของทีมอย่างถูกต้องแม่นยำ และมันไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาเท่านั้น การอบรมของเรายังถูกออกแบบตั้งแต่พื้นฐานขึ้นไปจนถึงระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่มีคุณค่า”

การฝึกอบรมจะได้รับแรงสนับสนุนจากการจ้างผู้มีความสามารถด้านดิจิทัลหน้าใหม่ๆ และการโยกย้ายภายในของพนักงาน ดีแทคมีอัตราการย้ายหน่วยงานภายในสูงมากถึง 38% ในแต่ละปี และกำลังประกาศรับพนักงานใหม่ในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) การตลาดโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing) และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce)

“วันนี้เราใช้บางส่วนของการเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย เรากำลังทำงานอยู่กับข้อมูลขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของดีแทค ทำให้เราเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านดิจิทัล และเราก็รู้ว่า ผู้มีความสามารถทางดิจิทัลจะดึงดูดซึ่งกันและกัน”

ดังนั้นในปี 2561 จะเป็นปีที่สำคัญสำหรับดีแทค เราได้รุกนำไปแล้วในอุตสาหกรรมด้วยทีมอะไจล์ที่มีมากกว่า 10 ทีมทั่วโลกทั้งองค์กร แต่มันยังเป็นปีที่เราต้องนำดิจิทัลไปสู่ทุกคนอีกด้วย การฝึกอบรมนี้จะช่วยให้ผู้ที่เต็มใจที่จะรับโอกาสเพื่อที่จะอยู่แถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงนี้

แสดงความคิดเห็น
No Comments Yet

Comments are closed