T-62 MBT ‘’Failed of USSR??’’

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพบกับเรื่องราวของรถถังอีกครั้ง มาในวันนี้เราจะมาพบกับรถถังหลักของรัสเซียอีกรุ่น ซึ่งตอนแรกออกมาดีแต่สุดท้ายค่อนข้างล้มเหลวกัน

หลังจากที่รัสเซียเปิดสายพัฒนารถถังหลักอย่าง T-54/55 ด้วยอำนาจการยิงและความคล่องตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในหลักนิยมรถถังที่ผ่าน ๆ มาทำให้กองกำลังภาคพื้นดินของทัพแดงนั้นน่ากลัวมาก


แต่ก็ไม่นานเมื่อเหล่าทรีโออย่างฝรั่งเศส, อังกฤษและอเมริกาเริ่มเข็น MBT ของตัวเองออกมาเรื่อย ๆ พวกท่านทั้งเกราะหนากว่าและมีอำนาจการยิงเทียบเท่าหรือเหนือกว่าของโซเวียต กองเสนาธิการและวิศวกรของพญาหมีเริ่มถกกันถึงรถถังใหม่และเห็นพ้องว่า “ทางออกมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ส่งเจ้า T-55 ไปอัพปืนกับขนาดซะ”

โครงการรถถังหลัก T-62 ได้เริ่มเกิดในปี 1961 โดยติดตั้งอาวุธเป็นปืนแบบลำกล้องเรียบไร้เกลียวขนาด 115 มม. ใหญ่กว่าของเก่า 15 มม. โดยปืนรุ่ นนี้สามารถยิงกระสุน APFSDS ที่มีความเร็วปากกระบอกสูงมากได้ เกราะลาดเอียงหนา ๆ ของพวกนาโต้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป อูร่าาา!! แต่ทว่า…

ระบบส่งกำลังของ T-62 นั้นเริ่มทำพิษให้ได้เห็นเพราวิศวกรโซเวียตได้เอาของแบบเดียวกับ T-55 มายัดใส่เพื่อย่นเวลาการวิจัยรถถัง น้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้เกิดปัญหาเครื่องยนต์ล่มแต่ก็ไม่แก้ไขแต่อย่างใด (รถน้ำหนักมากขึ้นแต่ระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์เป็นแบบเดียวกับ T-55 ซึ่งส่งผลอย่างมาก เหมือนตอนสมัย WWII ของเยอรมันที่ระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ของ King Tiger เป็นแบบเดียวกับของ Tiger I)
ด้านเกราะป้องกันนั้นก็ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นจาก T-55 เลย เรียกได้ว่าแค่อัพปืนกับราคาค่าตัวอีก 2.5 เท่าและขนาดรถเพิ่มเท่านั้น (แถมไม่มีการป้องกันสงคราม NBC ให้กับพลรถถังด้วยอีกต่างหาก ซึ่งกว่าจะมีก็ต้องเป็นรุ่นหลังยุค 70 ไปแล้ว)
ปืนขนาด 115มม. ของโซเวียตนั้นยิงได้รุนแรงก็จริงแต่พวกเขายังมีปัญหาเรื่องมุมกด/มุมเงยที่ย่ำแย่เหมือนตั้งแต่ยุค WW2 ที่ร้ายกว่านั้นคือปืนรุ่นนี้สามารถบรรจุกระสุนได้ก็ต่อเมื่อต้องตั้งปืนอยู่ในแนวระนาบปกติเท่านั้น จัดว่าเป็นฝันร้ายของพลรถเลยครับ

ตัวรถถัง T-62 สามารถวิ่งไปหมุนป้อมไปได้แต่ไม่สามารถกด/เงยปืนหรือยิงได้แต่อย่างใด นั่นทำให้ไม่สามารถติดตามเป้าได้อย่างทันท่วงที (ขนาดรถถังยุคสงครามโลกอย่าง T-34 ยังทำได้) ปลอกไล่ควันที่ต้องเก็บควันที่จะไหลกลับเข้าไปในป้อมก็แทบไม่ช่วยอะไร เรียกได้ว่าพลรถสูดควันพิษเข้าไปเต็ม ๆ ปอดจนทำให้อัตราการยิงช้าลงกว่าที่ควรจะเป็นมากด้วย (ปัญหาพวกนี้จะถูกแก้ในภายหลังแต่ไม่ใช่โดยโรงงานโซเวียต หากแต่เป็นบรรดาชาติวอร์ซอหรือลูกค้าที่ต้องไปซื้อแพ็คเกตเสริมหลังการขายกันเอง)
ระบบคัดปลอกกระสุนก็น่าเป็นห่วง การถอยหลังกลับมาเพื่อคัดปลอกกระสุนทิ้งแต่ละครั้งนั้นเลื่อนกลับมาน่ากลัวมาก หากผิดพลาดแค่นิดเดียวอาจเป็นตัวพลรถที่นั่งถ้าไม่ระวังอาจบาดเจ็บถึงตายได้ ข้อดีของมันอย่างเดียวคือการที่เวลาคัดปลอกจะคัดทิ้งไปนอกตัวรถซึ่งทำให้ระบายแก๊สพิษจากปืนได้บ้าง… (แต่ก็เป็นข้อเสียเพราะไม่รองรับสงคราม NBC แต่อย่างใด)

เรื่องสวัสดิภาพของพลบรรจุก็น่าห่วงอีกเรื่องเพราะปืนกลหนัก 12.7 มม. DShK 1938/46 บนป้อมนั้นไม่มีการติดแผ่นเกราะป้องกันให้แต่อย่างใด นอกจากจะสูดควันพิษแล้ว ยังต้องมาเสี่ยงตายจากอาวุธเบาข้าศึกอีก

ความล้มเหลวของ T-62 ยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อเทคโนโลยีของกระสุน รุ่นใหม่ ขนาด 100 มม. ของ T-55 ที่ออกมาใหม่นั้นเจาะเกราะได้ดีและแม่นยำกว่าแบบ 3VBM-1 ใน T-62 มาก ความย่ำแย่ของ T-62 นั้นทำให้แม้แต่ทางเกาหลีเหนือของพี่คิมยังบ่ายหน้าหนี T-34 อั๊วะยังวิ่งปร๋อไม่มีปัญหาจุกจิกแบบนี้เลย เกาหลีเหนือเปิดสายการผลิตแค่ 5 ปีเท่านั้น (โซเวียตผลิต 13 ปี ไม่น่าแปลกใจที่จะมีเพียงแค่ 3 ชาติที่ซื้อแบบรถรุ่นนี้ไปผลิต คือเกาหลีเหนือ อิหร่าน และเช็คโกสโลวเกีย เทียบไม่ติดฝุ่นกับรุ่นพ่ออย่าง T-55 ที่ผลิตแบบยั้งยืนยงกว่า 37 ปี และปัจจุบันยังมีการอัพเกรดอยู่เรื่อยๆ) นี่ทำให้โซเวียตต้องกลับมาทบทวนว่าตูจะสร้างรถถังใหม่ไปทำไมกันนะ?

แสดงความคิดเห็น
No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.